การรักษาต่อมลูกหมากโตด้วย UroLift System
นวัตกรรมรัดและถ่างขยายต่อมลูกหมากโดยไม่ต้องตัดเนื้อเยื่อ เห็นผลทันทีหลังทำ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และรักษาสมรรถภาพทางเพศได้สมบูรณ์แบบ
UroLift คืออะไร?
UroLift (ยูโรลิฟต์) เป็นนวัตกรรมการรักษาโรคต่อมลูกหมากโต (BPH) แบบรุกรานน้อยที่สุด (Minimally Invasive) ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 โดยใช้หลักการทางกลศาสตร์ในการรัดและถ่างเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่กีดขวางท่อปัสสาวะให้เปิดกว้างออก คล้ายกับการรวบผ้าม่าน
วิธีการนี้มีความโดดเด่นตรงที่ ไม่มีการตัด ทำลาย หรือเผาไหม้เนื้อเยื่อใดๆ ของต่อมลูกหมากเลย ทำให้ไม่เกิดความบอบช้ำต่อเส้นประสาท จึงเป็นการรักษาเพียงหนึ่งเดียวที่การันตีว่าไม่ทำให้เกิดภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (No new, sustained erectile or ejaculatory dysfunction) ทั้งยังฟื้นตัวได้รวดเร็วที่สุด
กลไกการทำงานเชิงลึก (Mechanism of Action)
หลักการของ UroLift คือการปรับโครงสร้างทางกายวิภาค (Anatomical Approach) โดยตรง:
1. การประเมินและสอดเครื่องมือ
แพทย์จะใช้กล้องส่องทางเดินปัสสาวะขนาดเล็ก (Cystoscope) สอดเข้าไปเพื่อประเมินจุดที่เนื้อเยื่อต่อมลูกหมากบีบรัดท่อปัสสาวะ
2. การจัดวางตำแหน่ง
เครื่องมือยิงหมุด UroLift จะถูกนำไปจ่อที่เนื้อเยื่อที่กีดขวาง และทำการกดบีบเนื้อเยื่อนั้นให้ถ่างออก
3. การยิงหมุดรัดเนื้อเยื่อ (Implant Delivery)
แพทย์จะยิงหมุดไทเทเนียมขนาดจิ๋ว (Permanent Implants) ทะลุเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากไปยึดกับเปลือกหุ้มต่อมลูกหมาก (Capsule) เพื่อดึงรั้งเนื้อเยื่อให้เปิดกว้างค้างไว้
4. การเปิดกว้างของท่อปัสสาวะ
โดยเฉลี่ยจะใช้หมุดประมาณ 4-6 ตัว เมื่อยิงเสร็จสิ้น ท่อปัสสาวะจะเปิดกว้างทันที น้ำปัสสาวะสามารถไหลผ่านได้สะดวกโดยไม่ต้องรอให้ร่างกายดูดซึมเซลล์ใดๆ
เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของการทำ UroLift
⊕ ข้อดี (Pros)
- ✓เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ ปัสสาวะคล่องขึ้นทันที
- ✓ส่วนใหญ่ไม่ต้องใส่สายสวนปัสสาวะกลับบ้าน
- ✓ไม่มีการตัดหรือทำลายเนื้อเยื่อ ลดความเสี่ยงเลือดออก
- ✓รักษาการแข็งตัวของอวัยวะเพศและการหลั่งอสุจิได้ 100% (ไม่มีรายงานการเสื่อมสมรรถภาพจากวิธีนี้)
- ✓ใช้เวลาทำเพียง 15-30 นาที ภายใต้ยาชาเฉพาะที่หรือยาสลบอ่อนๆ
- ✓สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้รวดเร็วมาก (ภายใน 2-3 วัน)
⊖ ข้อจำกัด (Cons)
- ✗อาจมีอาการปัสสาวะแสบขัด มีเลือดปนเล็กน้อย หรือรู้สึกปวดหน่วงบริเวณอุ้งเชิงกรานในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- ✗ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีต่อมลูกหมากขนาดใหญ่มาก (>100cc)
- ✗อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตกีดขวางตรงกลาง (Obstructive Median Lobe) ในบางลักษณะทางกายวิภาค
- ✗อาจมีโอกาสต้องกลับมารักษาซ้ำ (Retreatment) หากต่อมลูกหมากโตขึ้นอีกในอนาคตระยะยาว
ใครเหมาะสมกับการรักษาด้วย UroLift?
ตามข้อบ่งชี้ทางคลินิกและการรับรองของ FDA การรักษาด้วย UroLift เหมาะสำหรับ:
- ▹ผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่มีอาการ LUTS จากภาวะต่อมลูกหมากโต
- ▹ผู้ที่มีขนาดต่อมลูกหมากไม่เกิน 100 ลูกบาศก์เซนติเมตร (cc)
- ▹ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ ทันที และไม่ต้องการใส่สายสวนปัสสาวะ
- ▹ผู้ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการ รักษาสมรรถภาพทางเพศ (Erectile & Ejaculatory Function)
- ▹ผู้ที่ไม่ต้องการรับประทานยาขยายท่อปัสสาวะไปตลอดชีวิต
- ▹ผู้ที่ไม่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ หรือมีข้อห้ามในการดมยาสลบแบบเต็มรูปแบบ
ผลลัพธ์ทางคลินิกและสถิติความสำเร็จ
ข้อมูลจากการศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (L.I.F.T. Study) ที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ระดับโลก:
อัตราสูญเสียการหลั่งอสุจิ
UroLift เป็นวิธีเดียวที่การันตีว่าไม่ทำให้เกิดภาวะหลั่งย้อนกลับ (Retrograde Ejaculation) 0%
การเพิ่มขึ้นของอัตราไหลปัสสาวะ
ค่า Qmax (ความแรงของลำปัสสาวะ) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทันทีหลังทำ
ปีของผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
อาการปัสสาวะลำบากลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดการติดตามผล 5 ปี
การฟื้นตัวและผลข้างเคียงชั่วคราว
UroLift มีจุดเด่นด้านการฟื้นตัวที่รวดเร็วที่สุดในกลุ่มการรักษาแบบรุกรานน้อย:
- •ไม่ต้องใส่สายสวน: ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ประมาณ 80%) สามารถปัสสาวะได้เองทันทีและไม่ต้องใส่สายสวนกลับบ้าน
- •อาการระคายเคือง: อาจมีความรู้สึกหน่วงๆ หรือปัสสาวะแสบขัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ซึ่งสามารถจัดการได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไป
- •ปัสสาวะปนเลือด: อาจพบได้เล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรก
- •การกลับไปใช้ชีวิตปกติ: ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานและทำกิจกรรมตามปกติได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์
- Roehrborn CG, et al. 'Five year results of the prospective randomized controlled prostatic urethral L.I.F.T. study.' Canadian Journal of Urology, 2017.
- FDA Clearance for UroLift System (DEN130006 & K193269).
- Clinical guidelines by the American Urological Association (AUA) on the Surgical Management of BPH.
